กรุณาเลือก เข้าชมแบบอุปกรณ์มือถือ | เข้าชมแบบคอมพิวเตอร์ต่อ

Siam Technology College

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
เข้าชม: 757|ตอบกลับ: 0

Comparative study of the psychological impact of nuisance law between Thailand a [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]

Rank: 8Rank: 8

โพสต์เมื่อ 2017-9-26 15:33:56 |แสดงทั้งหมด

การศึกษาเปรียบเทียบเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขของประเทศไทย

และของต่างประเทศที่มีอันตรายต่อจิตใจ

Comparative study of the psychological impact of nuisance law between Thailand and other countries


อินจิรา นิยมธูร1,

สรสิช เหลืองรุ่งเกียรติ2,

เจียระไน ปฐมโรจน์สกุล1,

สิทธิพันธุ์ ไชยนันทน์1


บทคัดย่อ
          เหตุรำคาญตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 นั้นองค์ประกอบที่จะท้าให้เกิดความรับผิดตามกฎหมาย คือ 1. มีการกระท้าใด ๆ หรืออาคารสถานที่ มีสภาพไม่เหมาะสมหรือถูกปล่อยปละละเลย 2. เหตุดังกล่าวมีผลกระทบแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้น ใกล้เคียง หรือผู้ที่ประสบกับเหตุนั้น 3. เหตุดังกล่าวต้องเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ กาย และ/หรือ จิตใจ
โดยเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นนี้ไม่จ้าเป็นว่าต้องเกิดจากการ จงใจหรือมีเจตนา หรือเกิดเพราะความประมาทเลินเล่อ เพราะจุดประสงค์ตาม มาตรา 25 ใช้ค้าว่า“อาจก่อ”จึงไม่ต้องการผลหรือไม่จ้าต้องเกิดผลเสียหาย เพียงแต่ “อาจก่อ” ให้เกิดความเดือดร้อน หรือเสียหาย ก็เข้าองค์ประกอบความผิดแล้ว ดังนั้น เมื่อครบองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วน จึงครบองค์ประกอบเป็นเหตุรำคาญแต่เนื่องจากค้าว่า “อันตรายต่อสุขภาพ” พระราชบัญญัติการสาธารณสุขมิได้มีนิยามศัพท์ไว้โดยเฉพาะแต่เป็นที่ยอมรับของนักวิชาการด้านการสาธารณสุข จะอ้างอิงนิยามของค้าว่า “สุขภาพ” ขององค์การอนามัยโลก1 ว่าหมายถึง สภาวะที่สมบูรณ์ของร่างกาย จิตใจ และดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุขสำหรับเจ้าหน้าที่ ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียน จึงจ้าเป็นจะต้องวินิจฉัยให้ได้ว่ามีองค์ประกอบครบถ้วนทั้ง 3 ประการนี้หรือไม่ ซึ่ง องค์ประกอบที่ 1 และ 2 นั้น สามารถจะตรวจสอบหรือพิสูจน์ได้โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ แต่องค์ประกอบที่ 3 ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เป็นเหตุให้เสื่อม หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ จริงๆอย่างชัดเจน ซึ่งโดยหลักของกฎหมายแล้ว “ผู้ใดเป็นผู้กล่าวอ้าง ผู้นั้นมีภาระในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง” อย่างไรก็ตาม มีเหตุผล หรือการกระท้าบางอย่าง เจ้าหน้าที่ก็สามารถชี้ชัดได้ เนื่องจากมีกฎหมายหรือกฎเกณฑ์กำหนดไว้โดยชัดเจนอยู่แล้วทั้งนี้หากพระราชบัญญัติการสาธารณสุข มีเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ ที่ต้องการรับรองทางจิตใจ ที่ให้รวมถึงความทุกข์ทางอารมณ์ หรืออารมณ์เศร้าโศกเสียใจด้วย ก็ควรมีการเพิ่มเติมความหมายในกฎหมายให้ชัดเจนขึ้น เพราะในปัจจุบัน ได้วางหลักอันตรายต่อจิตใจเป็นแนวบรรทัดฐานมาโดยตลอด เช่นเดียวกับศาลในต่างประเทศว่า ความวิปโยคโทมนัส ความเศร้าโศกเสียใจ ความว้าเหว่ เป็นเพียงความรู้สึกทางอารมณ์ไม่ใช่อันตรายต่อจิตใจ เพราะอันตรายต่อจิตใจต้องเป็นผลจากการถูกท้าร้าย แต่ความรู้สึกถูกเหยียดหยาม เจ็บใจ แค้นใจเหล่านี้ เป็นอารมณ์ หาใช่อันตรายต่อจิตใจไม่
ClickDowload >> Full text

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

Archiver|Mobile|Siamtechu.net

GMT+7, 2019-11-18 05:17 , Processed in 0.019419 second(s), 9 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai.com

TOP