สมัครสมาชิก เข้าสู่ระบบ
Siam Technology College หน้าแรก

siamtechnoโปรไฟล์ของ http://board.siamtechno.ac.th/?1 [รายการโปรด] [คัดลอก] [แบ่งปัน] [RSS]

บล็อก

Travel + Leisure จัดอันดับเมืองที่เป็นมิตรมากที่ ...

เข้าชม/อ่าน 768 ครั้ง 2015-10-17 12:46 |เลือกหมวดหมู่:Innovation

The World's 30 Friendliest Cities
Travel + Leisure จัดอันดับเมืองที่เป็นมิตรมากที่สุดในโลก กรุงเทพฯ ติดอันดับด้วย
สหรัฐอเมริกา
ทุกๆปี Travel + Leisure จะทำการสอบถามผู้อ่าน ถึงเมืองที่ผู้อ่านชอบมากที่สุดในโลก ซึ่งมีหลายปัจจัย ประกอบเข้าด้วยกัน ทั้งที่ตั้ง วัฒนธรรม ประเพณี จำนวนของงานศิลปะ หรือ จำนวนของพิพิธภัณฑ์ เป็นต้น
แต่มีอีกสำรวจหนึ่งของ Travel + Leisure ที่ถูกให้คะแนน โดยปัจจัยทางด้านคน เป็นหลัก
ความเป็นมิตรนั้น คือการต้อนรับขับสู้ ความมีไมตรีต่อผู้อื่น จากเบื้องลึกของจิตใจ มันอาจจะเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่น ในทุกซอกถนน สิ่งเหล่านี้ ทำให้เมืองเหล่านั้น ถูกเข้าถึงโดยนักท่องเที่ยวได้อย่างลึกซึ้งกว่า
เมืองเหล่านั้น คือเมืองที่ผู้คนภูมิใจ ในเมืองที่พวกเขาอยู่ พวกเขาหลงใหล ในวัฒนาธรรมของตนเอง และมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันมัน ไปสู่เหล่าผู้เยี่ยมเยือน พวกเขาพร้อมจะนำทางคุณ ไปยังเป้าหมาย โดยไม่คิดค่าตอบแทน พวกเขาพร้อมจะแนะนำสถานที่ดีๆ ให้กับคุณ และพยายามป้องกันหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณไปยังที่ๆอันตราย และไม่เหมาะสม
สำหรับ 30 เมืองที่เป็นมิตรที่สุดในโลก จัดอันดับโดย Travel +Leisure มีดังนี้ : 
1. Galway, Ireland
2. Charleston, South Carolina 
3. Dublin, Ireland 
4. Cork, Ireland
5. Siem Reap, Cambodia 
6. Auckland, New Zealand 
7. Melbourne, Australia
8. Sydney, Australia
9. Edinburgh, Scotland
10. Savannah, Georgia 
11. Cape Town, South Africa 
12. Austin, Texas
13. Kyoto, Japan
14. Nashville, Tennessee 
15. Asheville, North Carolina
16. Kraków, Poland
17. New Orleans, Louisiana
18. Reykjavik, Iceland
19. Victoria, British Columbia
20. Bangkok, Thailand
21. Fort Worth, Texas
22. Portland, Maine
23. Cuzco, Peru
24. Copenhagen, Denmark
25. Minneapolis, St. Paul, Minnesota
26. Amsterdam, Netherlands 
27. Puerto Vallarta, Mexico
28. Lisbon, Portugal
29. Santa Fe, New Mexico
30. Key West, Florida


In China, grassy fashion trend sprouts on people's heads
แฟชั่นใหม่ในจีน เน้นติดต้นอ่อน หรือดอกไม้ปลอม ให้เหมือนงอกขึ้นมาจากหัว
ประเทศจีน
ถ้าคุณไปประเทศจีนช่วงนี้ ไม่ต้องตกใจ ถ้าคุณจะพบว่า คนจีนมีต้นไม้ ดอกไม้ หรือ ต้นหญ้า งอกออกมาจากหัวเต็มไปหมด และไม่มีใครรู้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

แฟชั่นการเอาคลิปหนีบผม หรืออุปกรณ์อื่น มาติดไว้ที่หัว โดยทำให้เหมือน มีเหล่าพืชพรรณงอกออกมาจากหัวนั้น เป็นแฟชั่นที่แพร่หลายเร็วมาก ในประเทศจีน ณ ขณะนี้

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีคนใส่แฟชั่นนี้ ที่หัวมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยมีร้านขายต้นไม้ติดหัวแบบนี้ เกิดขึ้นเต็มไปหมด ตามสองข้างทาง และคนที่ไม่มีใส่ เหมือนกับคนอื่นๆ ก็มักจะแวะซื้อมาใส่ และ เริ่มต้นด้วยการถ่ายรูปตัวเอง หรือ Selfies โชว์เพื่อนๆ

ไม่มีใครสืบทราบได้เลยว่า แฟชั่นนี้กำเนิดมาได้อย่างไร สำหรับพ่อค้าแล้ว พวกเขาอ้างว่า สามารถขายต้นไม้ติดหัวดังกล่าว ได้ถึง 200 ต้น ภายใน 3-4 ชั่วโมง เลยทีเดียว

คลิปหนีบผม ที่เป็นต้นไม้ปลอมนี้นั้น ราคาเฉลี่ย อันละเพียง 30 – 40 บาท เท่านั้น ซึ่งพวกเขามองว่า เงินแค่นี้ เพื่อความสนุกไม่เห็นจะเสียหายอะไร

ชายชาวจีนคนหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า เขาใส่เพราะมันดูสนุกดี เขาไม่สนด้วยซ้ำว่า ใส่กันทำไม หรือมันมีความหมายอะไร

แฟชั่นดังกล่าว อาจจะลามไปประเทศญี่ปุ่น เมื่อนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โพสภาพของพวกเขา และเริ่มใส่กลับมาบ้านเกิด
วัยรุ่นชาวจีนบางคน กล่าวว่า ไอเดียนี้ มาจากการ์ตูนญี่ปุ่น ที่บางครั้งวาดให้มีต้นไม้งอกออกมาจากหัวนั่นเอง

นักสังคมวิทยาจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า การติดต้นไม้ปลอมบนหัวนั้น สนุก และเป็นเรื่องล้อเล่น ซึ่งช่วยให้คนจีน สามารถลดความเครียด จากสังคมสมัยใหม่ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้ คนที่ทำตามก็ทำไปอย่างนั้น ไม่มีใครสนใจว่า ทำไปเพื่ออะไร พวกเขาต้องการแสดงออกเพียงแค่ ความสุข ผ่านต้นไม้ปลอมเหล่านั้น

Family: Ahmed Mohamed, clock-making teen, transferring to another school
เด็กวัย 14 ทำนาฬิกาดิจิทัลเอง แต่ถูกจับ เพราะต้องสงสัยผลิตระเบิด และย้ายไปโรงเรียนอื่น
สหรัฐอเมริกา
เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อ Ahmed Mohamed ได้สร้างนาฬิกาดิจิทัลขึ้นด้วยตนเอง เขาภูมิใจกับมันมาก เมื่อถึงวันจันทร์ เขาจึงเอามันไปที่โรงเรียน เพื่ออวดเพื่อนๆ แต่มันกลับถูกมองโดยอาจารย์ของโรงเรียนว่า มันเป็นระเบิด และแจ้งให้ตำรวจ มาจับเขาใส่กุญแจมือ ด้วยวัยเพียงแค่ 14 ขวบ เท่านั้น

เหมือนว่า เขาจะโชคร้าย แค่ไม่เกินสองวัน หลังจากนั้น เขากลายเป็นคนดัง มีคนมหาศาลจากโลกออนไลน์ มาให้กำลังใจเขา 

นี่ยังไม่จบสิ้น ถึงความโชคดี เมื่อประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐ อย่างโอบาม่า ส่งข้อความ เชิญเขาเข้าไปพบ ที่ทำเนียบขาว เพื่อยกย่องเขา ในฐานะเยาวชน ที่รักในวิทยาศาสตร์ โดยโอบาม่า ส่งข้อความผ่าน Twitter ของเขาไปยัง Ahmed ว่า “เป็นนาฬิกาที่เจ๋งมาก Ahmed อยากให้คุณเอามาโชว์ผม ที่ทำเนียบขาวหน่อยเป็นไง? นี่น่าจะเป็นแรงบันบาลใจ ให้เด็กคนอื่นๆได้รักวิทยาศาสตร์ มันเป็นสิ่งที่ ทำให้อเมริกานั้นยิ่งใหญ่”

โชคดีต่อมาคือ ทั้งบริษัท Reddit และ Twitter ต่างก็เชิญเขา เข้ามาเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทและผู้บริหาร Google เชิญเขาเข้าชมงาน Weekend Science Fair โดยจองที่นั่งพิเศษให้

โชคดีต่อมาอีกคือ MIT ได้เชิญเขาเข้าชมมหาวิทยาลัย เป็นกรณีพิเศษ   
                                                 
และ ล่าสุด Mark Zuckerberg ผู้บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Facebook ได้เชิญเขาไปพบที่สำนักงานใหญ่ พร้อมกับส่ง Facebook ไปถึงเขาโดยตรงว่า “ด้วยทักษะ และความทะเยอทะยานที่ต้องการสร้างสิ่งเท่ห์ๆ เช่นนี้ออกมา มันต้องการเสียงปรบมือ ไม่ใช่กุญแจมือ อนาคตของเราขึ้นอยู่กับคนอย่างเขา Ahmed” และ “ผมได้รับทราบเรื่องราวของ Ahmed นักเรียนอายุ 14 ปีใน Texas ผู้ซึ่งสร้างนาฬิกาขึ้นมา และถูกจับในฐานะที่ นำมันมาที่โรงเรียน Ahmed ถ้าคุณเคยมีความคิด อยากมาเยี่ยม Facebook สักครั้ง ฉันยินดีอย่างมาก ที่จะมาพบคุณ จงเดินหน้าต่อไป”

Ahmed กล่าวต่อสำนักข่าว MSNBC ว่า เขาถูกดึงตัวออกมา จากห้องเรียนของโรงเรียน MacArthur High School โดยครูใหญ่ และ ตำรวจอีก 5 คน ไปยังห้องสอบสวน เขาถูกสอบสวนนาน 1.30 ชั่วโมง โดยประมาณ

เขากล่าวว่า เขาถามผู้ใหญ่เหล่านั้นว่า เขาสามารถโทรเรียกพ่อแม่ของเขา มาได้ไหม และ เขาได้รับคำตอบว่า “ไม่ คุณไม่สามารถเรียกพ่อแม่ของคุณมาหาได้ นี่คุณอยู่ในระหว่างถูกสอบสวนอยู่นะ”

พวกเขาถามย้ำหลายๆครั้งว่า “นี่มันเป็นระเบิดใช่ไหม” เขาตอบว่า เขาก็ตอบทุกครั้งว่า “มันเป็นนาฬิกา”

เขากล่าวว่า เขารู้สึกเหมือนเป็นอาชญากร ผมเหมือนเป็นผู้ก่อการร้าย ผมถูกเรียกเหมือนกับที่เพื่อนๆชอบเรียกผม

เขากล่าวต่อไปว่า พวกเพื่อนๆ ชอบเรียกผมว่า “มือระเบิด (นักทำระเบิด)” หรือ “ผู้ก่อการร้าย” นั่นเพียงเพราะ เชื้อชาติของผล นั่นเพียงเพราะศาสนาของผม ตอนถูกสอบสวน มีผู้สอบสวนคนหนึ่ง พูดออกมาเลยว่า นี่ใช่คนที่ผมสงสัยแต่ต้นจริงๆ นั่นหมายถึง แค่เชื้อชาติของผมพวกเขาก็ตัดสินผมเรียบร้อยแล้ว

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว Ahmed ได้ย้ายออกจากโรงเรียน MacArthur ตามที่พ่อของเขาให้ข้อมูล ครอบครัวของ Ahmed กำลังตัดสินใจว่า จะให้เขาอยู่ต่อในสหรัฐเมริกาต่อไปหรือไม่

ครอบครัวของ Ahmed นั้น ย้ายมาจากประเทศซูดาน พ่อของเขาเชื่อว่า ลูกชายของเขามีผิวสี และนับถือศาสนาอิสลาม ทำให้ผู้คนมองเป็นเป้าหมาย มองเป็นผู้ก่อการร้าย ตอน Ahmed ถูกจับไม่มีใครติดต่อไปยังพ่อของเขาเลย ภาพที่พ่อของเขาเห็น เมื่อทราบข่าวคือ ภาพลูกชายของเขา ถูกใส่กุญแจมือ และถูกล้อมรอบ ด้วยตำรวจจำนวนมาก ยิ่งกว่านั้น Ahmed ยังถูกพักการเรียนจากกรณีดังกล่าว  ถึง 3 วัน

ลูกชายเขา อายต่อเรื่องที่เกิดขึ้นมาก ในตอนแรก แต่ตอนนี้ เขากลับเข้มแข็งขึ้นมา จากเหล่าผู้ที่ให้กำลังใจ

“ในตอนแรกผมกลัวมาก แต่ในตอนนี้ ผมมีความสุขมาก ผมถูกกระทำ จากคนไม่กี่คน แต่ผู้คนรอบโลกพวกเขา สนับสนุนผม ไม่ใช่แค่ผม แต่เป็นทุกๆคน ที่สู้เพื่อที่จะยืนขึ้นมาให้ได้ด้วยขาของตัวเอง” Ahmed กล่าว
 
เขาบอก เขาตื่นเต้นที่สุด ที่ได้รับเชิญโดย MIT และ เขาถือเป็นเกียรติอย่างมาก ที่ได้เข้าพบโอบามา “ผมจะไปพบคุณเร็วๆนี้” Ahmed ตอบกลับโอบาม่า

สำหรับนาฬิกาของ Ahmed นั้น ทางตำรวจ ขอเอาไปตรวจสอบหลักฐาน 4 วัน และได้เรียกให้ Ahmed มารับคืนแล้ว

เมื่อถูกถามถึงอนาคต Ahmed ตอบสั้นๆว่า “ดูที่นาฬิกาของผม นี่แหละ อนาคตของผม”


arma CEO blames 5000% hike in AIDS medicine price to 'capitalism';
Hillary Clinton outraged
บริษัทยาขึ้นราคายา ร้อยละ 5000 ยารักษาเอดส์และมะเร็ง โดนด่าทั่วหน้า คลินตันโวย 
สหรัฐอเมริกา
คนบางคน ก็คิดถึงกำไร มากกว่าสิ่งอื่นใด เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ Martin Shkreli CEO ของบริษัทผลิตยา จากเมืองนิวยอร์ค ได้เข้าซื้อลิขสิทธิ์ยา Daraprim ที่มีอายุอานามถึง 62 ปี โดยยาดังกล่าว มีฤทธิ์ในการรักษาโรคเอดส์ และมะเร็ง โดย Shkreli ได้ทำการเพิ่มราคายาดังกล่าว จากเม็ดละ 490 บาท เป็นเม็ดละ 1.8 แสนบาท หรือประมาณ ร้อยละ 5,000 

เรื่องดังกล่าว ไปถึงหูรัฐมนตรีสหรัฐคนดังอย่าง Hillary Clinton อย่างรวดเร็ว และเธอก็ได้ Twitter ถึงเรื่องดังกล่าวทันทีว่า “นี่เป็นการกระทำอย่างอุกอาจมาก ในวงการยา พรุ่งนี้ฉันจะวางแผนเพื่อดำเนินการจัดการ เกี่ยวกับเรื่องนี้”

Shkreli เจ้าของบริษัทยา ออกมาตอบโต้ ถึงเรื่องนี้ว่า คนที่ต่อต้านนั้น ไม่เข้าใจกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจยา เนื่องจากธุรกิจยานั้น ไม่ทำกำไร ถ้าขายในราคาตลาด ถ้าเราขายราคาเดิมต่อไปเราก็จะขาดทุน ราคาค่ารักษาโดยเฉลี่ย ของคนไข้นั้น อยู่ที่ 2.26 ล้านบาท ยา Daraprim ของเรานั้น ถูกพัฒนามา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2496 เพื่อรักษาโรคทอกโซพลาสโมซิส ที่เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัว ซึ่งมักมาจาก การทานอาหาร ที่ไม่ผ่านความร้อน และการดื่มน้ำที่ไม่สะอาด และนั่นส่งผลต่อ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มันจึงสามารถ ใช้เพื่อรักษาโรคเอดส์ และมะเร็งได้ ในปัจจุบัน

Shkreli กล่าวเสริมว่า บริษัทของเขาเป็นบริษัทเล็กๆ การที่เพิ่มราคาขึ้น ทำให้มีทุนที่จะพัฒนาตัวยาใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น ผมเป็นนายทุน ผมต้องการสร้างบริษัทให้ใหญ่ขึ้น บริษัทที่ประสบความสำเร็จ และบริษัทที่มีกำไร จากการขายยารักษาโรค

อย่างไรก็ตาม กระแสโดยรวมทั่วโลก ออกไปทางลบ มีการร่วมมือกัน ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการคว่ำบาตรทุกสินค้า จากบริษัทดังกล่าว และ พยายามกดดันให้รัฐบาลสหรัฐ มีกฎหมายจัดการกับเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อไม่ให้บริษัทยาในอนาคต เอาเปรียบผู้ป่วยได้อีก

กลุ่มตัวแทนด้านสุขภาพสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาประณาม ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ผู้ป่วยไม่ควรต้องมารับกรรม จากการเอากำไรของบริษัทยา

David Agus แพทย์ชื่อดัง ทางด้านการรักษามะเร็ง และผู้บริหาร CBS News Medical กล่าวว่า นี่มันเป็นเหมือนกับ ผู้ล่า และผู้ถูกล่าในโลกของสัตว์ ผู้ป่วยไม่ควรต้องรับผิดชอบใดๆ ทั้งต่อเรื่องภาษี การหักค่าต่างๆ การวิจัยและการพัฒนายา ในอนาคต พวกเขาเพียงแค่ เป็นผู้ที่รับยา พวกเขาควรได้รับสิ่งที่พวกเขาต้องการ ตามสภาพ

ล่าสุด Hilary Clinton ได้ยื่นเรื่องให้บริษัทยาดังกล่าว ชี้แจงรายระเอียดของเหตุผล และค่าใช้จ่าย ที่จำเป็นต้องขึ้นราคายา เป็นราคาที่สูงมาก ดังกล่าว โดยระเอียด

ล่าสุด Shkreli วัย 32 ปี ทนกระแสต่อต้านไม่ไหว ยอมประกาศลดราคายาแล้ว โดยประกาศออกมาว่า “ใช่แล้ว นี่คือการตอบรับจากเรา มันเกิดความผิดพลาดต่อการเคารพต่อการรักษาผู้คน เราเข้าใจแล้ว เราจึงตอบรับเรื่องดังกล่าว ผมคิดว่า มันน่าจะสมควร ที่จะลดราคาของมันลง เพื่อที่จะรับมือต่อความโกรธ ที่เกิดขึ้นกับผู้คน”


This beauty is the Pebble Time Round smartwatch: Here's what it can do
Pebble เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ บางที่สุดในโลก และเป็นรุ่นแรกของบริษัทที่หน้าปัดกลม
สหรัฐอเมริกา
ไฟแรงมากๆ สำหรับบริษัท Pebble บริษัทผลิตนาฬิกาอัจฉริยะอันโด่งดัง ที่ในปีนี้ ใช้วิธีการผลิตโดยการระดมทุนมาแล้ว ถึงสองรุ่น และล่าสุด เตรียมระดมทุนครั้งใหม่อีกครั้ง โดยเน้นตลาดใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย
นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ ของบริษัทนั้น ถูกตั้งชื่อว่า Pebble Time Round ซึ่งจะเป็นนาฬิกาอัจฉริยะเครื่องแรกของบริษัท ที่มีหน้าปัดแบบวงกลม และจากข้อมูลเท่าที่มี มันจะมีฟีเจอร์ทั้งหมดที่เหมือนกับ รุ่นหน้าจอสี่เหลี่ยมทั่วไป ข้อเด่นของมัน ก็คือ มันบาง และดูเป็นนาฬิกา มากยิ่งขึ้น
Pebble Time Round มีความหนาเพียงแค่ 7.5 มิลลิเมตรเท่านั้น และมีน้ำหนักแค่ 28 กรัม โดยมีสองขนาดหน้าปัดให้เลือก คือ 14mm และ 20mm 
หน้าจอของ Pebble นั้นใช้ระบบ e-paper ที่มี LED backlight มีปุ่มสั่งการสามปุ่ม ใช้เวลาในการชาร์จ เพื่อใช้งานทั้งวันแค่ 15 นาที เท่านั้น และด้วยขนาดที่บางลงมาก ทำให้มันมีอายุการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้งแค่ 2 วันเท่านั้น ผิดกับรุ่นอื่นๆของบริษัท ที่สามารถใช้งาน ได้นานถึง 5 วัน
นอกจากนั้นแล้ว มันกันน้ำได้ แค่ระดับน้ำสาด หรือ IPX7 เท่านั้น ไม่ได้กันน้ำเวลาจมน้ำ
Pebble Time Round นั้น จะเริ่มจำหน่ายจริง ในสหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน แต่สามารถสั่งจองแบบออนไลน์ได้ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยเริ่มต้นที่ ราคาเรือนละ 8,900 บาท ส่วนในทวีปยุโรปนั้น จะเริ่มขายประมาณ ช่วงต้นปี ในราคาประมาณเรือนละ 12,600 บาท


A farmer built his own 4G mast to fix rural broadband issues
เกษตรกรชาวสหราชอาณาจักร สร้างเสารับสัญญาณ 4G ขึ้นมาใช้งานเอง
สหราชอาณาจักร
การอาศัยอยู่ในชนบท ของประเทศต่างๆนั้น อาจจะประสบปัญหา เช่นเดียวกับ Richard Guy เกษตรกรชาวอังกฤษ ที่แถบที่อยู่ของเขา ห่างไกลความเจริญเสียจน มีความเร็วอินเตอร์เน็ต ในการดาว์นโหลดเพียงแค่ 1Mbps เท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ Guy จึงมีความคิด ที่ใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ผ่านทางสัญญาณมือถือแทน โดยการสร้างเสารับสัญญาณ 4G และส่งข้อมูล ผ่านทางสายไฟเบอร์ออปติก ซึ่งได้รับความเร็วในการดาว์นโหลด ที่มากถึง 45Mbps หรือ 45 เท่า จากของเดิม และด้วยการประสบความสำเร็จเช่นนี้ Guy จึงก่อตั้งบริษัทในการรับวางเสา 4G ให้กับฟาร์มอื่นๆ ที่ประสบปัญหา เช่นเดียวกับเขา

ในการติดตั้งนั้น Guy จะเดินหาจุดที่รับสัญญาณได้แรงที่สุด ซึ่งอาจจะไกลเป็นกิโล เลยก็ได้ เช่น ที่ฟาร์มของ Guy เอง โดยเสารับสัญญาณนั้น จะรับพลังงานจากเซลล์สุริยะ และส่งไฟล์มาเก็บไว้ยังแบตเตอรี่ ที่กันน้ำ กันฝนได้ เพื่อส่งไฟต่อไปยัง อุปกรณ์รับสัญญาณ 4G และทำการส่งข้อมูลผ่านยังสายไฟเบอร์ออปติก เข้าบ้านต่อไป ผ่านเครื่อง Router เพื่อกระจายไปยังอุปกรณ์ ที่ต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอีกทีหนึ่ง

Guy เรียกระบบที่เขาคิดขึ้นเองนี้ว่า Agri-Broadband ซึ่งเป็นระบบ ที่เหมาะสมอย่างมาก สำหรับสหราชอาณาจักร ที่มีค่าติดตั้งระบบอินเตอร์เน็ต ในเขตห่างไกลที่แพง แต่มีค่าเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านทาง 4G ที่ค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับ ค่าครองชีพ ราคาในการติดตั้งนั้น Guy คิดอยู่ที่ 54,600 – 109,000 บาท ขึ้นอยู่กับความยาก ในการวางเสา และความยาวของสายไฟเบอร์ออปติก



North Korean leader has his own cellular network
วงในเผย ผู้นำเกาหลีมีคลื่นมือถือเฉพาะเป็นของตนเอง
เกาหลีเหนือ
มีข่าวเผยออกมาว่า Kim Jong Un ผู้นำเกาหลี คนปัจจุบัน และเหล่าผู้นำระดับสูง ของประเทศเกาหลีเหนือ มีคลื่นมือถือของตนเองใช้งาน ด้วยเหตุผล เรื่องความลับ ของการสนทนา โดยข่าวดังกล่าว ได้มาจากวิศวกรทางการด้านสื่อสารโทรคมนาคม ที่เคยทำงาน ในประเทศเกาหลีเหนือมาก่อน

เครือข่ายดังกล่าวนั้น จะถูกสร้างขึ้นมา แยกออกจากเครือข่าย ของประชาชนทั่วไป

เครือข่ายมือถือ ของประเทศเกาหลีเหนือ คือ Koryolink ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุน ระหว่างบริษัท Orascom Telecom ของประเทศอียิปต์ บริษัท Media Technology และรัฐบาลของประเทศเกาหลีเหนือ โดยเครือข่ายดังกล่าวนั้น เปิดให้บริการ 3G เป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2552 โดยมีผู้ใช้งานระบบ 3G ในประเทศเกาหลีเหนือ อยู่ประมาณ 2.5 ล้านคน หรือร้อยละ 10 ของประชาการทั้งประเทศ

สำหรับเครือข่ายพิเศษ ที่แยกออกมา โดยสิ้นเชิงนั้น มีระบบของตนเอง ที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง ทั้งกระบวนการการประมวลผล ระบบปฏิบัติการ ทุกๆอย่าง ที่ไม่อาจจะคาดเดา

ในประเทศเกาหลีนั้น ประชาชนจะได้รับสิทธิในการรับสาย และโทรออก แค่ในประเทศเท่านั้น ในขณะที่สถานทูตของประเทศอื่นๆ จะได้รับสิทธิโทรออก และรับสายต่างประเทศ แต่จะไม่มีสิทธิโทรหา และรับสายภายในประเทศ

ประเทศเกาหลีเหนือ ยังคงเป็นประเทศ ที่เข้มงวด เรื่องนโยบายการควบคุมข้อมูล และวิถีชีวิตของผู้คนมากที่สุดในโลก ประชาชนส่วนใหญ่ ในประเทศ ไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศ แม้แค่ การเดินทางข้ามจังหวัด ก็เป็นไปได้ยากแล้ว การเข้าเมืองหลวงของประเทศ อย่าง Pyingyang นั้น ต้องได้รับอนุญาตเท่านั้น การขัดคำสั่งหนีออกจากประเทศ มีโทษถึงตาย

Toshiba TransferJet 16GB SDHC card launches July 31 in Japan
Toshiba เปิดตัวการ์ด SDHC ระบบ Transfer Jet ขายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ประเทศญี่ปุ่น
จากงาน Trade Show Demo ที่ผ่านมา บริษัท Toshiba ได้เปิดตัวการ์ด SDHC ขนาด 16GB ที่มาพร้อมเทคโนโลยี TransferJet ซึ่งจะเปิดตัว และวางขาย แต่ในประเทศญี่ปุ่น ก่อนเท่านั้น เทคโนโลยี TransferJet นั้น คือเทคโนโลยี ในการโอนถ่ายข้อมูล จำพวกรูป และวีดีโอ ในระยะใกล้ ความละเอียดสูง

เทคโนโลยี TransferJet นั้น ถูกเปิดตัวโดยบริษัท Sony ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับ Memory Stick ขนาด 8GB ที่รองรับ การใช้งานร่วมกัน DSC-TX7 แต่ไม่ค่อยประสบผลสำเร็จมากนัก

การ์ดดังกล่าว เป็นการ์ดแบบ Class 10 แต่มีข้อจำกัดคือ แม้จะโอนถ่ายข้อมูล ได้ความเร็วสูงในระดับ 375 Mbps แต่ต้องใช้ในระยะใกล้ๆ มากๆ เท่านั้น

Acer Predator 8 gaming tablet mass production begins
Acer เปิดตัว แทปเล็ทเน้นการเล่นเกมเป็นหลัก ใช้ชื่อ Predator 8
เกาหลีใต้
บริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ยักษ์ใหญ่ จากไต้หวัน อย่าง Acer ได้ตัดสินใจ เริ่มผลิตแทปเล็ท เพื่อเน้นการเล่นเกมเป็นหลัก อย่าง Predator 8 ในเชิงการค้าแล้ว

แทปเล็ท ขนาด 8 นิ้วนี้นั้น จะเริ่มวางขายภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ตามรายงานของ DigiTimes

Predator 8 นั้น เป็นหนึ่งในสายการผลิต Predator ของบริษัท Acer ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในงาน next@acer event ที่เมือง New York ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่เพิ่งมาได้เห็นตัวจริงๆ ในงานนี้

สำหรับหน่วยประมวลผลนั้น มันมาพร้อมกับ หน่วยประมวลผลรุ่น Intel Atom Z8700 ที่มีชื่อรหัสว่า Cherry Trail ที่เป็นหน่วยประมวลผลแบบ 4 core ที่เป็นขนาด 14 นาโนเมตร ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผล ที่มีจุดเด่น เรื่องการใช้งานต่ำ และเป็นตัวเดียวกับ ที่ใช้ในเครื่อง Surface 3 ของบริษัท Microsoft

นอกจากนี้ มันยังมาพร้อมกับ ลำโพงหน้า ถึง 4 ตัว

ล่าสุดเชื่อว่า Acer ตัดสินใจใช้ Android เป็นระบบปฏิบัติการ แทนระบบปฏิบัติการ Windows อย่างไรก็ตาม การที่มันเป็นแทปเล็ทเกม ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ทำให้มันเป็นคู่แข่งโดยตรง กับ Nvidia SHIELD แทปเล็ทเกม จากบริษัทผลิตชิปประมวลภาพชื่อดัง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า Nvidia น่าจะอัพเกรดหน่วยประมวลผล ในแทปเล็ทของตนเอง ให้สูงขึ้นอีก ก่อนปลายปีนี้


The Lenovo-Backed ZUK Z1 Will Be Sold Internationally With Cyanogen OS
Starting Mid-October
ZUK บริษัทลูกของ Lenovo เตรียมบุกตลาดนอกประเทศ ด้วยระบบปฏิบัติการ Cyanogen OS ในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้
ประเทศจีน
บริษัท ZUK ที่เป็นบริษัทลูกของบริษัท Lenovo ได้ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในประเทศบ้านเกิด อย่างประเทศจีน เมื่อสมาร์ทโฟนรุ่น Z1 มียอดสั่งจองถึง 2 ล้านบัญชี ภายในเวลาแค่สัปดาห์เดียว ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเตรียมไปต่อ ยังตลาดนอกประเทศ โดยสำหรับรุ่น ที่เตรียมวางขาย ในตลาดต่างประเทศนั้น จะมาพร้อมกับ หน่วยประมวลผล Cyanogen OS

แน่นอน ZUK Z1 นั้น ไม่ได้มีสเป็กเลิศเลอพอ ที่จะแข่งกับ เหล่าสมาร์ทโฟนเรือธงของบริษัทอื่นๆได้ แต่มันก็ไม่ใช่ สมาร์ทโฟนที่แย่นัก มันมาพร้อมกับ หน่วยประมวลผลรุ่น Snapdragon 801 RAM ขนาด 3GB หน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว LCD ที่ความละเอียด 1080p

ZUK Z1 นั้น มาพร้อมกล้องความละเอียด 13 MP และแบตเตอรี่ขนาดถึง 4100 mAh เซ็นเซอร์ตรวจจับลายนิ้วมือ พร้อม USB Type-C ที่มีอยู่แต่เฉพาะอุปกรณ์ราคาแพง ในปัจจุบัน
ZUK Z1 สำหรับวางขายในต่างประเทศ น่าจะเริ่มวางขายได้จริง ในเดือนตุลาคมนี้ โดยน่าจะมีราคาสูงกว่า รุ่นที่ขายในประเทศ ที่ 9,800 บาท สักเล็กน้อย โดยประเทศที่จะทำการขายนั้น ทาง ZUK ยังไม่ออกมาเปิดเผย


ขอผ่าน

เหลวไหล

ดอกไม้ให้เธอ

จับมือหน่อย

ทึ่ง

ความคิดเห็น (0 ความคิดเห็น)

facelist

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก
คำตอบ เปลี่ยน รหัสลับ เปลี่ยน

Archiver|Mobile|Siamtechu.net

GMT+7, 2020-8-14 18:30 , Processed in 0.041208 second(s), 12 queries .

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai.com

TOP